บทความ ข่าวสาร และ บริการที่น่าสนใจต่างๆใน internet จะถูกรวบรวมไว้ที่นี่
วันจันทร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2557
สร้างแฟนเพจ facebook เปิดร้านค้าออนไลน์ บน โซเชียลเน็ตเวิร์ค
สมัยนี้ หากจะเปิดร้านค้า ขายของ ออนไลน์ ไม่ใช่เลือกยากอีกต่อไป เนื่องจากมีร้านค้าออนไลน์สำเร็จรูป ให้คุณเลือกอยู่มากมายหลายเจ้า ทั้งแบบฟรี และเสียเงิน โดยไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานทางด้านการสร้างเว็บ
แต่ ณ วันนี้ จะเปิดร้านที่ไหนก็ไม่ฮอต เท่าเปิดที่ facebook เพราะ ฟรี ไม่เสียเงิน ซึ่งส่วนใหญ่เราๆท่านๆสมัครเฟซ เพื่อคุยกับกลุ่มเพื่อนอยู่แล้ว แถมได้การตลาด จากระบบ โซเชียลเน็ตเวิร์ค หรือ เครือข่ายสังคม เข้ามาเสริมกำลังอันเป็นจุดแข็ง ที่สำคัญ
ในตอนที่ มาร์ก ซักเคอร์เบิร์ก ก่อตั้งเฟซบุ๊คขึ้นมา ก็เพื่อให้เป็นเว็บไซต์หนังสือรุ่น ประมาณนั้น ให้เพื่อนค้นหาเพื่อนเก่าๆสมัยที่เรียนได้ ใครเป็นเพื่อนกับใคร ก็แอดรับผ่านเว็บเป็นเพื่อนกัน เมื่อมีกิจกรรมอะไรในกลุ่มเพื่อนๆ ก็จะมองเห็นสถานะ ต่อมาเมื่อมี ผู้ใช้จำนวนมากเข้า เกิดเป็นกระแสฮิตตามๆกัน กลายเป็นสังคม Social Network ขนาดใหญ่
และเมื่อเฟซบุ๊ค ทำให้ user สร้างหน้า แฟนเพจ Fanpage ได้ ก็เลยมี คนหัวใส เปิดเป็นร้านค้า บนหน้าแฟนเพจมันซะเลย ( คนไทยน่าจะติดอันดับต้นๆที่เปิดแฟนเพจเป็นร้านค้า เพราะผมเห็นเต็มไปซะหมด ) ซึ่งหน้าของ แฟนเพจ เฟซบุ๊ค มันไม่ได้มีฟีเจอร์ที่รองรับระบบการค้าขายเลย
เช่น ไม่มีระบบหยิบของใส่ตะกร้า ไม่มีระบบชำระเงินออนไลน์ (ในปัจจุบัน มีผู้พัฒนาแอพพลิเคชั่นเหล่านี้ ขึ้นมารองรับแล้ว แต่ยังไม่นิยมในหมู่คนไทย )
แล้วเค้าเปิดกันได้อย่างไรล่ะ? ก็ง่ายๆเบสิคๆเลย ผมดูแล้วบางทียังงงๆ ว่าเอาแบบนี้เลยเรอะ ต่อไปจะอธิบายการเปิดร้านค้า บนแฟนเพจอย่างคร่าวๆนะครับ เพราะผู้เขียนไม่สามารถเขียนอธิบายละเอียดมากๆได้ ( น่าจะมีหนังสือขายแล้วมั้ง )
1. สมัครเฟซบุ๊ค ตามปกติก่อน หรือ ท่านที่สมัครไว้อยู่แล้ว ก็ล็อคอินเข้าสู่ระบบ (ควรล็อคอินผ่านคอมพิวเตอร์นะครับเพราะหน้าจอจะใหญ่ดีไม่งง) ก็เข้าเว็บนี้เลย
https://www.facebook.com/pages/create/ หน้าเว็บจะให้เลือกว่า คุณเลือกจะสร้างหน้าเพจแนวไหน ก็เลือกแล้วทำตามคำแนะนำต่อไป
2. ถัดมา ก็จะมีให้ท่านกรอกข้อมูลต่างๆ ซึ่งจะมี ภาษาไทยอธิบายบอก และเมื่อมาถึงให้กรอกชื่อ url ของเพจ http://www.facebook.com/.......
ตรงนี้สำคัญมากนะครับ เพราะมันจะเป็นที่อยู่ร้านค้าของคุณ ควรจะตั้งให้มันจำง่ายๆ หรือเกี่ยวพันกับธุรกิจ หรือ ชื่อสินค้า (เป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษ หรือ ผสมตัวเลขเท่านั้น ไม่มีอักขระแปลกๆ)
ตัวอย่างเช่น ผมเปิดร้านขายเสื้อผ้า แฟชั่น ชื่อ mosthip.com ซึ่งจะขายเสื้อผ้าแนว ฮิปๆ ก็ลองกรอกใส่ลงไป ถ้าว่าง ก็จะได้ชื่อ http://www.facebook.com/mosthip แต่พอดีไม่ว่าง ผมก็คิดอยู่หลายชื่อเหมือนกันแต่ไม่ว่างและจะยาวไปจำยากด้วย แต่ผมมีชื่อร้านอีกร้านคือ mosthit.com ก็ลองกรอกลงไป อันนี้ว่างก็เลยได้มาเป็น
http://www.facebook.com/mosthit ซึ่งต่อไปขอให้คุณดู เพจ mosthit ของผมเป็นตัวอย่าง ในการสร้างร้านค้านะครับ
3. จากนั้นตอนในข้อ 2 ทำไปเรื่อยก็จะมีให้กรอกนู่นนี่ จนเสร็จกระบวนการ ท่านก็จะได้ร้านค้า และมีที่อยู่ url เรียบร้อยแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ เผยแพร่หน้า และ เอาสินค้ามาลง
4. เนื่องจากหน้าเพจก็จะคล้ายๆ ไทมไลน์ คือเมื่อโพสอะไรลงไป โพสใหม่ๆจะอยู่ข้างบนเสมอ โพสเก่าๆก็จะตกลงไป หากคุณจะเปิดร้านค้าที่มีสินค้าจำนวนมากหลายสิบชิ้นขึ้นไป จะไม่สะดวก ต่อลูกค้าในการดูสินค้าแน่ๆ แก้ปัญหาด้วยการ ไปสร้างอัลบั้มรูปของเพจ แล้วเอารูปสินค้าใส่เข้าไปในนั้น จากนั้นก็ตั้งชื่ออัลบั้มเสียใหม่ ให้ง่ายๆ ถ้า คุณดูจาก เพจของผม http://www.facebook.com/mosthit
ผมจะสร้างไว้ 2 อัลบั้มคือ แฟชั่นผู้หญิง และ แฟชั่นผู้ชาย เพราะหลักๆ ผมจะมีสินค้า 2 หมวดหลักนี้
5. เมื่อทยอยเอารูปสินค้าใส่ลงไปเสร็จ บางท่านที่ใช้โปรแกรมตกแต่งรูปเป็น ก็อาจจะพิมพ์รายละเอียดสินค้าลงไปในรูปภาพเลยก็ได้ แต่ถ้าไม่ ก็สามารถพิมพ์รายละเอียดลงไปในความเห็นใต้รูปได้เลย (ง่ายจัง)
6. เมื่อลงรูปสินค้าเสร็จหมดแล้ว ให้ท่านโพสต์ข้อความ พวกวิธีการสั่งซื้อ ชำระเงิน ลิ้งค์ไปยังอัลบั้มสินค้า แล้วกดปักหมุดไว้บนสุด (คลิกที่มุมขวาของโพส ที่เป็นรูป v ศรทิ่มลง)
7. เนื่องจากข้อจำกัดที่บอก เฟซบุ๊คไม่ได้ เตรียมฟีเจอร์ให้เราเปิดขายของ ดังนั้น เราต้องเขียนบอกลูกค้าว่า หากสนใจสั่งสินค้าตัวใด ให้โพสจอง ใต้รูปสินค้านั้น หรือ ส่งข้อความแจ้งผ่านหน้าเพจ เพียงเท่านี้ก็เปิดร้านได้แล้ว ที่เหลือก็คือโปรโมทให้คนมาไลค์เยอะๆ คนจะได้เห็นมากๆ ก็จะมีโอกาสขายของได้มากตามไปด้วย
หากท่านที่อ่านบทความนี้แล้ว อยากเปิดร้านผ่านหน้าแฟนเพจ ของเฟซบุ๊คแต่ ไม่มีเวลา ,ทำตามแล้วไม่เข้าใจ , อยากให้สอน หรือ อยากให้ทางผมสร้างให้เลย ก็ยินดีครับ คิดค่าบริการเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังมีบริการสร้างเว็บไซต์ ,ให้คำปรึกษาทางด้านเว็บไซต์ และ การตลาดออนไลน์อีกด้วยครับ หากท่านสนใจในบริการสามารถส่งอีเมล์เข้ามาสอบถามได้ที่
mosthip.com @ gmail.com
ขอขอบคุณ
วันอังคารที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2557
ปรับตัวให้เข้ากับกลยุทธ์ วิธีการทำ SEO ในยุคปัจจุบัน
เป็นที่ทราบดีกันว่า หากเราต้องการเข้าใจเกี่ยวกับ การแสดงผลการค้นหา หรือ การจัดอันดับเว็บไซต์ บนเว็บไซต์ Google นั้น
เราต้องเข้าใจหลักการทำงานของ อัลกอริทึ่ม (Algorithm) ของโปรแกรมค้นหาของ กูเกิล เสียก่อน
อัลกอริทึ่ม คืออะไร?
อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆคือ หลักกระบวนการแก้ปัญหา การทำงานเป็นลำดับขั้นตอน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาตามที่ต้องการ
มักนิยมใช้เรียกการทำงานของ โปรแกรมคอมพิวเตอร์
อัลกอริทึ่ม ของ กูเกิล นั้นได้ออกแบบขึ้นมาเพื่อแสดงผลลัพธ์จากคำค้นหา (คีย์เวิร์ด) ให้ได้เป็นคำตอบ เป็นเว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง
และมันได้มีถูกพัฒนา อย่างมีวิวัฒนาการมาตลอด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ และเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด
เราทราบกันว่า กูเกิล ให้คะแนนการจัดอันดับแต่ละเว็บไซต์ตั้งแต่ 0-10 คะแนน ที่เรียกกันว่า Pagerank ซึ่งเจ้านี่ก็คือส่วนนึงของ อัลกอริทึ่ม
โดยหลักการให้คะแนน Pagerank เกิดจากแนวคิดผสมผสานการประเมินผลต่างๆ เช่น Backlink และ วิธีลับทางการค้าอื่นๆ เป็นต้น
และเป็นไปได้มากกว่าที่ เว็บไซต์ที่มีคะแนนสูงกว่า จะสามารถแสดงผลอยู่ในหน้าแรกๆของกูเกิล
ในอดีต อัลกอริทึ่ม อาจจะให้ความสำคัญกับเว็บที่ Backlink สูงๆ (หมายถึงเว็บที่มีลิ้งค์มาหาเยอะๆ) หรือ เว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องมากๆ และ อื่นๆ
แต่มันทำให้ นักพัฒนาเว็บไซต์ที่แสนฉลาดเข้าใจได้ไม่ยาก
จึงเกิดเว็บไซต์ประเภทที่มีแต่คำค้น เต็มหน้าไปหมด ,เว็บไซต์ที่มีจำนวนหน้ามากแต่ไม่ค่อยมีเนื้อหาอะไร เช่นเว็บแนวดิกชันนารี
เว็บไซต์ที่มีลิ้งค์มาหาเยอะ แต่ลิ้งค์เหล่านั้นไม่มีคุณภาพ หรือ มีลิ้งค์มาหาเยอะแต่ไม่เคยลิ้งค์กลับไปก็ดูผิดปกติ
ดังนั้น ถ้า กูเกิล ไม่กรองให้ได้ผลลัพธ์การค้นหาที่ดี เมื่อเราค้นก็จะเจอแต่เว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ตรงตามเนื้อหาที่ต้องการ เกิดการ ผูกขาดทางด้านคีย์เวิร์ด การแสปมเซิสเอนจิ้น และอื่นๆ
กูเกิล ก็จะเสียอันดับจากการเป็น ผู้นำการตลาด Search Engine ของโลกได้
ที่ผู้เขียนเกริ่นมายืดยาวในบทความ ก็คืออยากจะสื่อว่า จากกระแส Social Network ที่ร้อนแรงตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ทำให้ Google พลาดไม่ได้ที่จะต้องหันมามอง โซเชียลมีเดียและโซเชียลเน็ตเวิร์ค
Terry Kyle – SEO Guru ระดับโลกได้เคยบอกไว้ว่า “ต่อไปนี้ Google จะมองว่าถ้าเว็บไซต์ของคุณนั้นมีคุณภาพจริงๆ จะต้องถูกพูดถึงอยู่ใน Social Network”
บทสรุป
นอกจากการ แลกเปลี่ยน Backlink อย่างเดิมๆแล้วนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ในยุคปัจจุบันก็คือการหา Backlink จาก Social Network ซึ่งมันจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีค่า Quality Score มากขึ้น
ที่เป็นปัจจัยสำคัญในอัลกอริทึ่ม ของกูเกิล ในยุคปัจจุบันนี้ และ ส่งผลกับ อันดับที่สูงขึ้นนั่นเอง.
แนะนำเว็บไซต์ SMEThailand โปรโมทเว็บไซต์ของคุณฟรี
เพิ่ม Backlink ง่ายๆภายใน 3 นาที
และในตอนนี้เพิ่ม บริการ 3BL ใหม่เข้ามาคุ้มค่ากับค่าบริการ 30 บาทครับ ขอแนะนำ.
เราต้องเข้าใจหลักการทำงานของ อัลกอริทึ่ม (Algorithm) ของโปรแกรมค้นหาของ กูเกิล เสียก่อน
อัลกอริทึ่ม คืออะไร?
อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆคือ หลักกระบวนการแก้ปัญหา การทำงานเป็นลำดับขั้นตอน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาตามที่ต้องการ
มักนิยมใช้เรียกการทำงานของ โปรแกรมคอมพิวเตอร์
อัลกอริทึ่ม ของ กูเกิล นั้นได้ออกแบบขึ้นมาเพื่อแสดงผลลัพธ์จากคำค้นหา (คีย์เวิร์ด) ให้ได้เป็นคำตอบ เป็นเว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้อง
และมันได้มีถูกพัฒนา อย่างมีวิวัฒนาการมาตลอด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีคุณภาพ และเข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบันให้ได้มากที่สุด
เราทราบกันว่า กูเกิล ให้คะแนนการจัดอันดับแต่ละเว็บไซต์ตั้งแต่ 0-10 คะแนน ที่เรียกกันว่า Pagerank ซึ่งเจ้านี่ก็คือส่วนนึงของ อัลกอริทึ่ม
โดยหลักการให้คะแนน Pagerank เกิดจากแนวคิดผสมผสานการประเมินผลต่างๆ เช่น Backlink และ วิธีลับทางการค้าอื่นๆ เป็นต้น
และเป็นไปได้มากกว่าที่ เว็บไซต์ที่มีคะแนนสูงกว่า จะสามารถแสดงผลอยู่ในหน้าแรกๆของกูเกิล
ในอดีต อัลกอริทึ่ม อาจจะให้ความสำคัญกับเว็บที่ Backlink สูงๆ (หมายถึงเว็บที่มีลิ้งค์มาหาเยอะๆ) หรือ เว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์ดที่เกี่ยวข้องมากๆ และ อื่นๆ
แต่มันทำให้ นักพัฒนาเว็บไซต์ที่แสนฉลาดเข้าใจได้ไม่ยาก
จึงเกิดเว็บไซต์ประเภทที่มีแต่คำค้น เต็มหน้าไปหมด ,เว็บไซต์ที่มีจำนวนหน้ามากแต่ไม่ค่อยมีเนื้อหาอะไร เช่นเว็บแนวดิกชันนารี
เว็บไซต์ที่มีลิ้งค์มาหาเยอะ แต่ลิ้งค์เหล่านั้นไม่มีคุณภาพ หรือ มีลิ้งค์มาหาเยอะแต่ไม่เคยลิ้งค์กลับไปก็ดูผิดปกติ
ดังนั้น ถ้า กูเกิล ไม่กรองให้ได้ผลลัพธ์การค้นหาที่ดี เมื่อเราค้นก็จะเจอแต่เว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพ ไม่ตรงตามเนื้อหาที่ต้องการ เกิดการ ผูกขาดทางด้านคีย์เวิร์ด การแสปมเซิสเอนจิ้น และอื่นๆ
กูเกิล ก็จะเสียอันดับจากการเป็น ผู้นำการตลาด Search Engine ของโลกได้
ที่ผู้เขียนเกริ่นมายืดยาวในบทความ ก็คืออยากจะสื่อว่า จากกระแส Social Network ที่ร้อนแรงตลอดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
ทำให้ Google พลาดไม่ได้ที่จะต้องหันมามอง โซเชียลมีเดียและโซเชียลเน็ตเวิร์ค
Terry Kyle – SEO Guru ระดับโลกได้เคยบอกไว้ว่า “ต่อไปนี้ Google จะมองว่าถ้าเว็บไซต์ของคุณนั้นมีคุณภาพจริงๆ จะต้องถูกพูดถึงอยู่ใน Social Network”
บทสรุป
นอกจากการ แลกเปลี่ยน Backlink อย่างเดิมๆแล้วนั้น สิ่งที่ขาดไม่ได้ในยุคปัจจุบันก็คือการหา Backlink จาก Social Network ซึ่งมันจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณมีค่า Quality Score มากขึ้น
ที่เป็นปัจจัยสำคัญในอัลกอริทึ่ม ของกูเกิล ในยุคปัจจุบันนี้ และ ส่งผลกับ อันดับที่สูงขึ้นนั่นเอง.
แนะนำเว็บไซต์ SMEThailand โปรโมทเว็บไซต์ของคุณฟรี
เพิ่ม Backlink ง่ายๆภายใน 3 นาที
และในตอนนี้เพิ่ม บริการ 3BL ใหม่เข้ามาคุ้มค่ากับค่าบริการ 30 บาทครับ ขอแนะนำ.
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
